Muscle Shaping

Muscle Shaping เป็นเทคโนโลยีที่ช่วย Build Muscle & Burn Fat โดยการใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบเฉพาะเจาะจง High-Intensity Focused Electro-Magnetic (HIFEM) ส่งพลังงานเข้าไปกระตุ้นชั้นกล้ามเนื้อ ทำให้เกิดการหดเกร็งในระดับที่เกินกว่าความหนักสูงสุด (Supramaximal) เปรียบเสมือนการทำท่าสควอช หรือ ซิทอัพ จำนวน 20,000 ครั้ง ภายในเวลา 30 นาที เมื่อร่างกายเกิดการปรับตัวจากการกระตุ้นอย่างสูงสุดแล้ว จะเกิดกระบวนการเพิ่มจำนวน และจัดเรียงตัวของไฟเบอร์ภายในชั้นกล้ามเนื้อ ทำให้ขนาดและความแข็งแกร่งของมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในชั้นไขมันให้ดีขึ้นอีกด้วย

จุดเด่นของ Muscle Shaping

  • เครื่องที่ใช้มีระบบหัวกระจายคลื่นมากถึง 4 หัว จึงสามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดเล็ก กล้ามเนื้อมัดใหญ่ และกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวได้พร้อมกันในครั้งเดียว
  • ช่วยลีนหุ่นฟิตแอนด์เฟิร์ม ดูสมส่วน ปั้นกล้ามเนื้อให้ชัดขึ้นได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องฉีด และไม่ต้องพักฟื้น
  • หลังทำมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น 16% และไขมันลดลง 19% เห็นผลชัดเจนในช่วงสัปดาห์ที่ 2-4
  • ช่วยสร้างกล้ามเนื้อใหม่ ไปพร้อมๆ กับการเบิร์นไขมัน โดยไม่ต้องออกกำลังกายหนักๆ

ต้องทำบ่อยแค่ไหน?

สามารถทำได้บ่อยทุกๆ 2 วัน/ ครั้ง และควรทำต่อเนื่องกันจนครบ 4-6 ครั้ง ต่อ 1 จุดที่ทำทรีตเมนต์ หลังทำครบจะเริ่มรู้สึกได้ถึงผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ จำนวนครั้งในการทำของแต่ละบุคคล จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์ด้วย

เหมาะสำหรับ

  • ผู้ที่ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อแต่ยังไม่เห็นผล ต้องการให้เห็นผลชัดขึ้น
  • ผู้ที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย / ออกกำลังกายแล้วไม่เห็นผล ต้องการลดสัดส่วน
  • ผู้ที่ต้องการมีกล้ามท้อง Six Pack, Sexy Line (11 Line) และ V Line
  • ผู้ที่มีอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ หรือ มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • คุณแม่หลังคลอด ต้องการลดการแยกของกล้ามเนื้อหน้าท้อง
  • ผู้ที่ต้องการมีรูปร่างฟิตแอนด์เฟิร์มแบบสุขภาพดี ดูแข็งแรง
  • ผู้ที่ต้องการลดสัดส่วน แต่ไม่ต้องการผ่าตัด หรือ ดูดไขมัน
  • ผู้ที่ต้องการปั้นก้นเด้งกระชับ กลมสวย โดยไม่ต้องผ่าตัด
  • ผู้ที่มีอาการปวดเมื่อยจากออฟฟิศซินโดรม

ข้อห้ามปฏิบัติ

  • ผู้ที่ใส่เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจ ใส่อุปกรณ์ปั๊มทางการแพทย์ เครื่องช่วยฟัง และภายในร่างกายฝังอุปกรณ์ที่ทำมาจากโลหะ หรือ มีส่วนประกอบของสารแม่เหล็กในบริเวณใกล้เคียงที่จะทำทรีตเมนต์ 
  • ผู้ที่มีเนื้องอกชนิดที่เป็นเนื้อร้าย/มะเร็ง เป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคลมชัก โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ รวมถึงผู้ที่กำลังตั้งครรภ์
  • ผู้ที่มีกล้ามเนื้อฉีกขาดในบริเวณที่จะทำการรักษา หรือ บริเวณใกล้เคียง รวมถึงผู้ที่เพิ่งได้รับการผ่าตัด
  • ผู้ที่มีแผลเปิดในบริเวณที่จะทำการรักษา หรือ บริเวณใกล้เคียง
  • ห้ามทำทรีตเมนต์บริเวณศีรษะ และบริเวณหน้าอก

ข้อควรปฏิบัติวันที่เข้ารับการรักษา

  • ไม่ควรทำทรีตเมนต์หลังรับประทานอาหารทันที ควรเว้นระยะเวลาหลังอาหารอย่างน้อย 2-3 ชั่วโมง หรือ ทำในขณะท้องว่าง
  • ไม่สวมเครื่องประดับที่เป็นโลหะทุกชนิด เช่น แหวน กำไล สร้อยคอ สร้อยข้อมือ เป็นต้น
  • ไม่สวมใส่เสื้อผ้าที่มีโลหะ เช่น ซิป กระดุมโลหะ เป็นต้น
  • โปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่มีค่า BMI ไม่เกิน 25 
  • ไม่สวมนาฬิกาแบบดิจิตอลขณะทำทรีตเมนต์
  • หลีกเลี่ยงการทำหากมีประจำเดือน

ราคา

  • ทดลองทำครั้งแรก จุดละ 4,500 บาท
  • คอร์ส 1 เดือน ไม่จำกัดครั้ง 30,000 บาท (1ครั้ง/ 1 บริเวณ/ วัน)